แชร์

วิธีรับมือ วิธีรักษาโรคแพนิค ด้วยตัวเอง

อัพเดทล่าสุด: 30 มิ.ย. 2024
4842 ผู้เข้าชม

หลังจากทำความรู้จักโรคแพนนิค (Panic Disorder) กันไปแล้วนะครับ วันนี้เราจะมาเตรียมตัวรับมือ สังเกตอาการและเตรียมความพร้อมหากวันหนึ่ง อาการแพนิคกำเริบ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกับตัวคุณเอง หรือ คนรอบข้าง เราจะได้มีความรู้ ความเข้าใจ และ มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี การรับมือโรคแพนิค จะมีอะไรบ้างนั้น มาติดตามกันครับ



จะรู้ได้อย่างไรว่า โรคแพนิค กำเริบ /เริ่มมีอาการแพนิค

โดยทั่วไปคนจะมีอาการสับการระหว่าง อาการตกใจ และ โรคแพนิค ซึ่งจาก 10 อาการของผู้ที่เป็นโรคแพนิค ที่ตรวจพบได้นั้น มักจะมีความแตกต่างชัดเจนคือ มีหลายอาการซ้อนทับกัน (มากกว่า 4 อาการ) เช่น 

- มีความรู้สึกกลัว วิตกกังวล กระวนกระวายใจ ตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาทันทีทันใดโดยไม่มีสาเหตุ 

- เกิดความรู้สึกกลัวและวิตกกังวลว่าจะมีอาการขึ้นอีก 

- รู้สึกอ่อนแรง ตัวเบาหวิว วูบวาบจะเป็นลม 

- เหงื่อออก ตัวสั่น รู้สึกเย็น หรือ ชาตามมือและเท้า


โดยที่อาการเหล่านี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ ทำให้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากขึ้น ในขณะที่อาการตกใจนั้น จะเกิดขึ้นชั่วคราว จากเหตุการณ์หรือสิ่งกระตุ้นให้เกิดความตกใจ เช่น เสียงดัง การอยู่ที่แคบ หรืออื่นๆ และจะหายไปได้เอง ในเวลาอันสั้น



3 วิธี รักษาตัวเอง เมื่อโรคแพนิคกำเริบ 


เมื่อมีอาการแพนิค ต้องทำอย่างไร? เราจะมาบอกวิธีการในการรับมือเมื่อโรคแพนิคกำเริบ 

ด้วย 3 Steps สำหรับรับมืออาการแพนิคด้วยตนเอง


1) หากกำลังเผชิญหน้ากับแพนิค ให้หยุด ! ทำกิจกรรมต่าง ๆ แล้วหายใจเข้าลึก ๆ อย่างช้า พยายามควบคุมการหายใจ ดึงตัวเองให้กลับมาอยู่ในปัจจุบัน 


2) หลังจากนั้นให้ค่อย ๆ บอกตัวเอง เพื่อดึงสติโดยการใช้วิธีพูดออกเสียง

2.1) ไม่เป็นไร.เดี๋ยวอีกหน่อยอาการก็เบาลง (สายใจเย็น)

2.2) มาแล้วสินะ ! .ฉันรู้ทันเธอนะเจ้าแพนิค (สายพร้อมสู้)


3) ทำใจให้สบาย ผ่อนคลายอารมณ์ไปพร้อมกับการหายใจ พร้อมบอกกับตัวเองว่า ความรู้สึก เกิดขึ้นเองได้ และหายไปได้ เพื่อเป็นการดึงสติให้เรากลับมาอยู่ในปัจจุบัน


หลังจากนั้น ค่อยๆ นั่งพักจนกว่าร่างกายจะกลับสู่สภาวะปกติ และการรับรู้ หรือ ประสาทสัมผัสต่างๆ จะทำงานได้อย่างปกติดีอีกครั้งนะครับ



5 พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงเมื่อเกิด โรคแพนิค


ในส่วนของพฤติกรรม ที่ควรเลี่ยง เมื่อเป็นโรคแพนิคนั้นพบได้ทั่วไปและมีหลากหลายสาเหตุ แต่พฤติกรรมที่อยู่ในชีวิตประจำวันและพบได้บ่อย ซึ่งเราอยากแนะนำให้ทุกท่านได้ระวัง หลีกเลี่ยงการทำ 5 พฤติกรรมเหล่านี้


1) การใช้ชีวิตในแต่ละวัน ด้วยความตื่นตระหนก เร่งรีบในทุกอย่าง

2) การกินอาหาร หรือ พักผ่อนไม่เป็นเวลาและ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

3) การเล่นการพนัน หรือ ใช้สารเสพติด

4) การใช้เวลากับหน้าจอคอมพิมเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ มากจนไป

5) การเสพเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และ บุหรี่


พฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นสิ่งไม่ดีกับร่างกายแล้ว ยิ่งส่งผลเสียและเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคแพนิคอีกด้วย



หากอาการที่กล่าวมา และ วิธีการรักษาที่แนะนำนั้นยังไม่เพียงพอต่อการจัดการโรคแพนิคที่คุณเป็น นั้นอาจเป็นสัญญาณสำคัญ ของการควรเร่งเข้ามาพบจิตแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและประเมินอาการ เพื่อรับการรักษาอย่างใกล้ชิดและถูกวิธีนะครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
กรดไหลย้อนหรือแพนิคกันแน่
สองโรคจะมีสาเหตุที่แตกต่างกัน  แต่บางครั้งกรดไหลย้อนก็สามารถกระตุ้น ความกังวลจนเกิดอาการแพนิคตามมาได้ การแยกอาการที่ชัดเจนช่วยให้คุณ ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด
24 ม.ค. 2025
หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เหมือนจะวาย ร่างกายกำลังบอกอะไร?
จู่ๆ หัวใจก็เต้นรัวเหมือนไปวิ่งร้อยเมตรมา มือไม้เริ่มเย็นเฉียบ ตัวสั่น และมีความรู้สึกกลัวลึกๆ ในใจโผล่ขึ้นมาวูบหนึ่งว่า ‘เรากำลังจะหัวใจวายหรือเปล่า’
18 พ.ค. 2026
เป็นแพนิคแล้วจะหายมั้ย? และมีวิธีดูแลยังไงบ้าง?
อาการใจสั่น หายใจไม่ออก วิงเวียน หรือกลัวตายเฉียบพลัน ไม่ใช่ความคิดมาก แต่เป็นสัญญาณของระบบประสาทที่ทำงานผิดจังหวะ
14 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy