เมื่อซึมเศร้าเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างเรา อยู่กับแฟนที่เป็นซึมเศร้าให้เข้าใจกันมากขึ้น

เมื่อซึมเศร้าเข้ามาอยู่ตรงกลางระหว่างเรา อยู่กับแฟนที่เป็นซึมเศร้าให้เข้าใจกันมากขึ้น
"นอนเตียงเดียวกัน แต่ต่างคนต่างเหงา" ประโยคนี้อาจคุ้นเคยสำหรับใครหลายคนที่มี แฟนเป็นซึมเศร้า
เพราะบางครั้งความรักที่ยังเท่าเดิม กลับสื่อสารกันไม่ถึงเหมือนก่อน บทความนี้ชวนทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในใจของทั้งสองฝ่าย และจะคุยกันแบบไหนให้ไม่ยิ่งเจ็บกว่าเดิม
เมื่อความรักไม่เปลี่ยน แต่ใจข้างในรู้สึกเฉยไปหมด
แฟนพาไปร้านที่เราชอบที่สุด ตั้งใจตักกับข้าวใส่จานให้ทุกคำ นั่งยิ้มรอ อยากเห็นเราดีใจเหมือนเคย แต่เรากลับกินได้แค่คำสองคำ แล้วก้มหน้านิ่งไปอย่างนั้น
ขากลับรถเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไร จนก่อนนอนแฟนเอ่ยขึ้นมาเบาๆ ว่า "ตกลงเป็นอะไร"
เราตอบไปว่า "ไม่รู้" ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะตอบส่งๆ แบบนั้นเลย แค่ในใจมันไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่แฟนได้ยินกลับกลายเป็น "ไม่อยากคุยด้วย"
ทั้งที่จริงแล้ว ตอนเป็นซึมเศร้า เราไม่ได้รักแฟนน้อยลงเลยสักนิด เพียงแต่ข้างในมันรู้สึกเฉยชาไปหมด แฟนกอด เราก็ยังรู้สึกถึงความอบอุ่นนั้นอยู่ แค่หัวใจมันตามไม่ทันเท่านั้นเอง
.
แล้วฝั่งแฟนที่ไม่ได้เป็นซึมเศร้าล่ะ รู้สึกอย่างไรบ้าง
งานวิจัยของ Coyne และทีม ที่ศึกษาคนที่อยู่กับคนเป็นซึมเศร้า พบว่าราว 40% เครียดหนักจนควรได้รับการช่วยเหลือเหมือนกัน
แฟนไม่ได้ไม่แคร์ ไม่ได้เฉยเมย เพียงแต่บางทีก็กลัวเหมือนกัน กลัวว่าจะช่วยอะไรไม่ได้เลย จนบางครั้งคำว่า "คิดบวกหน่อยสิ" หลุดออกมาโดยที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใครเลยสักนิด
พูดแบบไหน ถึงจะเข้าใจกันมากขึ้น
ถ้าคุณคือคนที่กำลังเป็นซึมเศร้า
บอกแฟนแค่ประโยคเดียวก็พอ "ไม่ต้องช่วยแก้อะไรหรอก แค่อยู่ด้วยกันแบบนี้ก็พอแล้ว"
ถ้าคุณคือแฟนของคนที่เป็นซึมเศร้า
ลองเปลี่ยนจาก "คิดบวกสิ" เป็นคำถามง่ายๆ ว่า "วันนี้โอเคไหม อยากให้ช่วยอะไรไหม หรืออยากให้อยู่ข้างๆ เฉยๆ ก็ได้นะ"
ทั้งสองฝั่งไม่ได้สู้กันเอง แต่กำลังสู้กับเรื่องเดียวกัน
อยากให้จำไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่กำลังเป็นซึมเศร้า หรือฝ่ายที่เป็นแฟน เราไม่ได้กำลังสู้กันเองเลยสักนิด แต่กำลังสู้อยู่กับเรื่องเดียวกันต่างหาก
ถ้าวันไหนเริ่มไม่รู้จะคุยกันต่อยังไงดี ที่ SMIND มีทั้งจิตแพทย์และนักจิตวิทยาพร้อมรับฟัง ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายที่กำลังเผชิญภาวะซึมเศร้าอยู่
หรือเป็นแฟนที่อยากเข้าใจอีกฝ่ายให้มากขึ้นครับ


