Social Learning Theory : อยากให้ลูกเป็นแบบไหน เริ่มจากพ่อแม่
อัพเดทล่าสุด: 17 ต.ค. 2025
278 ผู้เข้าชม

Social Learning Theory อธิบายว่า
เด็กเรียนรู้ผ่าน "การสังเกต" (observational learning) มากกว่าการฟัง
พวกเขาดูคุณอย่างตั้งใจ แม้คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
"ลูกไม่ได้เรียนรู้จากคำสอน...แต่เรียนรู้จากสิ่งที่เขาเห็นพ่อแม่ทำ"
คุณบอกให้ลูก "ใจเย็น ๆ" แต่เขาเห็นคุณอารมณ์เสียอยู่ทุกวัน
คุณบอกให้เขา "พูดดี ๆ" แต่เขาเห็นคุณทะเลาะกับคนในบ้านแทบทุกเช้า
คุณบอกให้เขา "อย่ากลัว" แต่เขาเห็นคุณวิตกกังวลกับทุกสิ่ง
แล้วพ่อแม่จะใช้ Social Learning Theory ได้ยังไงในชีวิตจริง?
เทคนิคเล็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้ได้เลย:
1. อยากให้ลูกรับฟัง รับฟังลูกก่อน
ก่อนสอนให้ลูก ตั้งใจฟัง ลองทำให้เขาเห็นว่า...
คุณตั้งใจฟังเขาเวลาเขาเล่าเรื่องโรงเรียน หรืออธิบายอารมณ์ตัวเองอย่างไร
2. อยากให้ลูกควบคุมอารมณ์ ฝึกให้เขาเห็นวิธีที่คุณรับมือกับอารมณ์
เช่น เมื่อหงุดหงิด ลองพูดว่า
แม่ขอพักแป๊บนึง แม่กำลังไม่ค่อยโอเค เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ
ให้เขาเห็นว่าการพักใจ ไม่ใช่เรื่องผิด หรือการยอมแพ้
3. อยากให้ลูกอ่อนโยน แสดงความอ่อนโยนต่อกันให้ลูกเห็น
พูดกับคู่ชีวิตด้วยน้ำเสียงดี ๆ
ชมลูกเมื่อเขาทำดี
4. อยากให้ลูกเคารพผู้อื่น เคารพลูกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
หยุดพูดแทนลูกเวลามีผู้ใหญ่อื่นถาม
ขอโทษเมื่อเราผิด
เคารพพื้นที่ส่วนตัว เช่น ขออนุญาตก่อนเข้าไปกอด
Social Learning Theory ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในหนังสือ
แต่มันคือ ชีวิตประจำวัน ที่ลูกได้เรียนรู้อยู่ทุกวัน
ผ่านสิ่งที่เขา เห็นพ่อแม่ทำ มากกว่า ได้ยินพ่อแม่พูด
เด็กเรียนรู้ผ่าน "การสังเกต" (observational learning) มากกว่าการฟัง
พวกเขาดูคุณอย่างตั้งใจ แม้คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
"ลูกไม่ได้เรียนรู้จากคำสอน...แต่เรียนรู้จากสิ่งที่เขาเห็นพ่อแม่ทำ"
คุณบอกให้ลูก "ใจเย็น ๆ" แต่เขาเห็นคุณอารมณ์เสียอยู่ทุกวัน
คุณบอกให้เขา "พูดดี ๆ" แต่เขาเห็นคุณทะเลาะกับคนในบ้านแทบทุกเช้า
คุณบอกให้เขา "อย่ากลัว" แต่เขาเห็นคุณวิตกกังวลกับทุกสิ่ง
แล้วพ่อแม่จะใช้ Social Learning Theory ได้ยังไงในชีวิตจริง?
เทคนิคเล็ก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ใช้ได้เลย:
1. อยากให้ลูกรับฟัง รับฟังลูกก่อน
ก่อนสอนให้ลูก ตั้งใจฟัง ลองทำให้เขาเห็นว่า...
คุณตั้งใจฟังเขาเวลาเขาเล่าเรื่องโรงเรียน หรืออธิบายอารมณ์ตัวเองอย่างไร
2. อยากให้ลูกควบคุมอารมณ์ ฝึกให้เขาเห็นวิธีที่คุณรับมือกับอารมณ์
เช่น เมื่อหงุดหงิด ลองพูดว่า
แม่ขอพักแป๊บนึง แม่กำลังไม่ค่อยโอเค เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ
ให้เขาเห็นว่าการพักใจ ไม่ใช่เรื่องผิด หรือการยอมแพ้
3. อยากให้ลูกอ่อนโยน แสดงความอ่อนโยนต่อกันให้ลูกเห็น
พูดกับคู่ชีวิตด้วยน้ำเสียงดี ๆ
ชมลูกเมื่อเขาทำดี
4. อยากให้ลูกเคารพผู้อื่น เคารพลูกในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
หยุดพูดแทนลูกเวลามีผู้ใหญ่อื่นถาม
ขอโทษเมื่อเราผิด
เคารพพื้นที่ส่วนตัว เช่น ขออนุญาตก่อนเข้าไปกอด
Social Learning Theory ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในหนังสือ
แต่มันคือ ชีวิตประจำวัน ที่ลูกได้เรียนรู้อยู่ทุกวัน
ผ่านสิ่งที่เขา เห็นพ่อแม่ทำ มากกว่า ได้ยินพ่อแม่พูด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ปัญหาการอ่านช้า เขียนผิดบ่อย หรือเรียนไม่ทันเพื่อน อาจเป็นสัญญาณที่พ่อแม่ควรสังเกต มาดู ปัญหาการเรียนที่พบบ่อยในเด็กประถม
31 ม.ค. 2025
ลูกเอาแต่ใจ แก้ยังไงดี จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแนะนำ 3 วิธีรับมือเมื่อเด็กงอแง เอาแต่ใจ ไม่ฟังเหตุผล เพื่อช่วยพ่อแม่จัดการพฤติกรรมอย่างได้ผล
31 ม.ค. 2025
ลูกอ่านหนังสือไม่ออก เขียนช้า เริ่มเกลียดการเรียน
ไม่ใช่แค่เรื่อง “ขี้เกียจ” แต่อาจคือ
“ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้” ของเด็กคนหนึ่ง
4 ม.ค. 2026


