แชร์

อ่านไม่ออก เขียนช้า “ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้” ของลูก

อัพเดทล่าสุด: 4 ม.ค. 2026
14 ผู้เข้าชม
ลูกอ่านหนังสือไม่ออก เขียนช้า เริ่มเกลียดการเรียน
ไม่ใช่แค่เรื่อง “ขี้เกียจ” แต่อาจคือ
“ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้” ของเด็กคนหนึ่ง

เคยไหมคะ ที่ลูก…
• ทำการบ้านช้าเป็นชั่วโมง
• อ่านหนังสือผิดทุกบรรทัด
• ลายมือไม่เป็นระเบียบ อ่านเองยังลำบาก

แล้วเริ่มพูดว่า…
“หนูไม่อยากเรียนแล้ว”
“ทำไมหนูไม่เก่งเหมือนคนอื่น”
“ครูบอกว่าเพื่อนเขียนเสร็จกันหมดแล้ว เหลือหนูคนเดียว”

 จากมุมมองจิตวิทยาการเรียนรู้

เด็กที่มีปัญหาด้านการอ่าน เขียน คิดเลข หรือการจัดลำดับความคิด
อาจมีภาวะที่เรียกว่า Specific Learning Disorder (SLD)
ซึ่งพบได้ประมาณ 5–15% ของเด็กวัยเรียนทั่วโลก (APA, 2022)
แต่หลายคนไม่เคยได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง เพราะถูกมองว่า “ช้า” หรือ “ไม่ตั้งใจ”
SLD มีหลายรูปแบบ เช่น:
• Dyslexia (บกพร่องด้านการอ่าน) → อ่านผิด, อ่านช้า, อ่านข้ามคำ
• Dysgraphia (บกพร่องด้านการเขียน) → เขียนช้า, ลายมือไม่สม่ำเสมอ, เจ็บมือ
• Dyscalculia (บกพร่องด้านคณิตศาสตร์) → บวก ลบ คูณ หารยาก, จัดลำดับตัวเลขไม่ถูก

 แล้วปัญหานี้ส่งผลอย่างไร?
เด็กที่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ
จะค่อย ๆ สูญเสีย ความมั่นใจในตัวเอง
และเสี่ยงพัฒนาเป็นภาวะ กลัวการเรียน (school refusal) หรือ วิตกกังวลในห้องเรียน ในอนาคต
ยิ่งมีคนเปรียบเทียบ ดุ หรือเร่งให้เก่งขึ้นไว ๆ
ยิ่งทำให้เด็ก ไม่อยากเข้าใกล้การเรียนรู้ เลย

 แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไร?
1. หยุดใช้คำว่า “ขี้เกียจ”
เพราะเบื้องหลังความขี้เกียจ อาจคือ “เด็กที่ไม่ไหว แต่ไม่รู้จะพูดยังไง”

2. สังเกตพฤติกรรมอย่างใจเย็น
• ลูกอ่านแล้วเข้าใจไหม? หรือท่องแต่ไม่เข้าใจ
• เขียนตามคำบอกได้ไหม? หรือกลัวแม้แต่จะเริ่ม
• บ่นว่าปวดมือ? เขียนไม่ทันเพื่อน?

3. ทำความเข้าใจลูกเพื่อให้เขารู้สึกปลอดภัย และไม่กดดัน
บางครั้งที่ลูกเราพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ไม่ทันเพื่อนสักที อาจจะทำให้รู้สึกด้อย
และเสียความมั่นใจการที่ลูกกล้าที่จะบอกโดยมีพ่อแม่ที่เข้าใจและพยายามไปพร้อมเขา
เข้าใจว่าที่เขาทำไม่ได้เป็นเพราะเขาไม่ทันและอาจจะช้ากว่าคนอื่นไปบ้างก็ไม่เป็นไร
จะทำให้ลูกมีกำลังใจและพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตามศักยภาพที่เขามี

4. เปิดใจรับการประเมินแบบเฉพาะบุคคล
เพราะ SLD ไม่ใช่โรค
แต่คือความแตกต่างในการประมวลผลข้อมูลของสมอง
ที่จะเข้าใจได้ผ่านการประเมินที่ถูกต้อง และจะสามารถทำให้เราออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม
ส่งเสริมและพัฒนาทักษะของลูกเราได้อย่างเหมาะสม

 บริการที่ Child Space ช่วยได้
 บริการประเมินทักษะทางวิชาการ
โดยนักจิตวิทยาการศึกษา
เพื่อประเมินระดับทักษะการอ่าน การเขียน และคำนวณ
เปรียบเทียบกับช่วงวัย พร้อมสังเคราะห์ข้อมูลจากหลายมิติ

 ครูการศึกษาพิเศษ
ให้การสอนเสริมแบบเฉพาะบุคคล (Individualized Learning)
ฝึกทักษะพื้นฐานผ่านวิธีที่ลูกเรียนรู้ได้ดีที่สุด
โดยไม่เร่ง ไม่เปรียบเทียบ แต่ช่วยให้เขาค่อย ๆ กลับมาเรียนได้ทันเพื่อน และภูมิใจในตัวเองอีกครั้ง

 ทีมดูแลร่วม (นักกิจกรรมบำบัด/จิตแพทย์เด็ก)
ในกรณีที่มีปัญหาด้านอารมณ์ร่วมด้วย เช่น วิตกกังวล ไม่อยากไปโรงเรียน สมาธิสั้น ฯลฯ

 เพราะในโลกของเด็กคนหนึ่ง...
การ “อ่านไม่ออก” อาจไม่เจ็บเท่า “รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ”
และไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า
การมีใครสักคนเข้าใจ...ก่อนจะเสียใจว่า “รู้งี้พาไปดูตั้งแต่แรก”

 Child Space – เราพร้อมเป็นพื้นที่ที่เชื่อในศักยภาพของลูกคุณ
และเดินไปพร้อมกับครอบครัวโดยไม่ตัดสิน
 ทักมาปรึกษาเรื่องการประเมินทักษะทางวิชาการ หรือเรียนกับครูการศึกษาพิเศษ
เรายินดีตอบทุกคำถามค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง
อาการแบบไหน เสี่ยงเป็นแพนิค ? ลองมาดูกันครับ
ตกใจแบบไหน เสี่ยงแพนิค  หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัว อาจกำลังเผชิญกับอาการแพนิค ลองตรวจสอบอาการตามเช็คลิสต์นี้ดูนะครับ
8 ม.ค. 2026
ความกลัวตามวัย vs โรควิตกกังวล ต่างกันยังไง ?
พ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “เด็กก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา” ซึ่ง… จริงครับ แต่ไม่ใช่ ทุกความกลัว จะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเสมอไป มาดูความต่างกันชัด ๆ นะคะ
7 ม.ค. 2026
บางครั้งลูก ๆ ไม่ได้ดื้อ แค่ไม่รู้จะพูดยังไง
พฤติกรรมคือภาษาของอารมณ์ที่ยังพูดไม่ได้ หยุดฟังก่อนที่จะดุ ถามลูกเบา ๆ ว่า หนูโกรธเพราะอะไร หรือ หนูอยากให้แม่ช่วยยังไงดี
19 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy