ทำไมลูก "น่ารักกับคนอื่น" แต่ "ใจร้ายกับพ่อแม่"?
อัพเดทล่าสุด: 11 ม.ค. 2026
29 ผู้เข้าชม

ทำไมลูก "น่ารักกับคนอื่น" แต่ "ใจร้ายกับพ่อแม่"?
ถอดรหัสพฤติกรรมสองหน้า... ที่จริงๆ แล้วอาจมีความหมายซ่อนอยู่
หลายครอบครัวต้องเจอกับสถานการณ์ชวนปวดหัว เมื่อครูหรือเพื่อนบ้านพากันชมว่า
"ลูกบ้านนี้เรียบร้อยจัง" แต่ตัดภาพมาที่บ้าน ลูกกลับปิดประตูใส่หน้า
พูดคำถามคำ หรือใช้ถ้อยคำรุนแรง จนเราแอบน้อยใจว่า "เราทำอะไรผิด?"
ลองมาดูเหตุผลทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันครับ:
1. บ้านคือ "Safe Zone" ที่เขาสามารถระเบิดตัวตนได้
ข้างนอกบ้านคือสนามรบสำหรับวัยรุ่นครับ เขาต้องปรับตัว ต้องถูกคาดหวัง ต้องทำตามกฎ
และต้องรักษาภาพลักษณ์เพื่อให้เพื่อนยอมรับ ความกดดันเหล่านี้สะสมมาทั้งวัน
เมื่อเขากลับมาบ้าน เขาจะรู้สึก "ปลอดภัยพอที่จะนิสัยไม่ดี"
เพราะเขารู้ลึกๆ ว่าต่อให้เขาแย่แค่ไหน พ่อแม่ก็ไม่มีวันทิ้งเขา
2. "ความล้าทางอารมณ์" (Emotional Fatigue)
การเป็นเด็กดีข้างนอกต้องใช้พลังงานสูงมากครับ เมื่อพลังหมด
เขาก็ไม่มีเหลือไว้สำหรับ "มารยาท" หรือ "ความเกรงใจ" ที่บ้าน
บ้านจึงกลายเป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์เชิงลบที่เขาอั้นไว้จากโรงเรียนหรือสังคมเพื่อน
3. การทดสอบขอบเขต (Testing Boundaries)
วัยรุ่นเป็นช่วงวัยแห่งการสร้างตัวตน (Identity) เขาต้องการรู้ว่า
เขามีอำนาจแค่ไหน การ "ใจร้าย" ใส่พ่อแม่ บางครั้งเป็นการทดสอบว่า
พ่อแม่ยังรักเขาไหมในวันที่เขาไม่น่ารัก หรือเป็นการพยายามประกาศอิสรภาพว่า
"หนู/ผม ไม่ใช่เด็กที่ต้องเชื่อฟังทุกอย่างแล้วนะ"
4. พ่อแม่คือ "กระสอบทราย" ที่ไว้ใจได้ที่สุด
มันฟังดูเจ็บปวด แต่มันคือความจริงครับ วัยรุ่นมักจะระบายความโกรธแค้น
จากที่อื่นลงกับคนที่เขารักและไว้ใจที่สุด เพราะเขารู้ว่าคุณรักเขาอย่างไร้เงื่อนไข
(Unconditional Love) เขาจึงกล้าเสี่ยงที่จะทำตัวแย่ใส่คุณมากกว่าคนอื่น
วิธีรับมือ... เมื่อลูกเริ่ม "ใจร้าย"
• อย่ารับมาเป็นเรื่องส่วนตัว (Don't take it personally): ให้ระลึกเสมอว่าเขาไม่ได้เกลียดเรา
แต่เขากำลังจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้
• เป็นกระจกสะท้อน ไม่ใช่กำแพง: แทนที่จะด่ากลับ ลองพูดว่า "แม่สังเกตว่าวันนี้
ลูกดูเหนื่อยและหงุดหงิดนะ มีอะไรระบายได้นะ แต่แม่ไม่โอเคที่ลูกใช้เสียงแบบนี้"
• ให้พื้นที่ (Space): บางครั้งสิ่งที่วัยรุ่นต้องการที่สุดเมื่อกลับถึงบ้านไม่ใช่คำถามว่า
"วันนี้เรียนเป็นไง" แต่เป็นความเงียบและการพักผ่อน
•ชมเชยเมื่อเขาทำตัวน่ารัก: เมื่อเขามีมุมที่ดีในบ้าน อย่ามองข้าม ให้คำชมเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อให้เขารู้ว่า พฤติกรรมดีๆ ในบ้านก็มีความหมายนะ
การที่ลูกกล้าแสดงด้านที่แย่ที่สุดให้คุณเห็น นั่นอาจหมายความว่า
"คุณคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของเขา" แม้ว่ามันจะเจ็บปวดสำหรับคนเป็นพ่อแม่
แต่นี่คือสัญญาณว่าเขายังต้องการคุณเป็นท่าเรือที่มั่นคงในวันที่พายุในใจเขาแปรปรวน
ถอดรหัสพฤติกรรมสองหน้า... ที่จริงๆ แล้วอาจมีความหมายซ่อนอยู่
หลายครอบครัวต้องเจอกับสถานการณ์ชวนปวดหัว เมื่อครูหรือเพื่อนบ้านพากันชมว่า
"ลูกบ้านนี้เรียบร้อยจัง" แต่ตัดภาพมาที่บ้าน ลูกกลับปิดประตูใส่หน้า
พูดคำถามคำ หรือใช้ถ้อยคำรุนแรง จนเราแอบน้อยใจว่า "เราทำอะไรผิด?"
ลองมาดูเหตุผลทางจิตวิทยาที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้กันครับ:
1. บ้านคือ "Safe Zone" ที่เขาสามารถระเบิดตัวตนได้
ข้างนอกบ้านคือสนามรบสำหรับวัยรุ่นครับ เขาต้องปรับตัว ต้องถูกคาดหวัง ต้องทำตามกฎ
และต้องรักษาภาพลักษณ์เพื่อให้เพื่อนยอมรับ ความกดดันเหล่านี้สะสมมาทั้งวัน
เมื่อเขากลับมาบ้าน เขาจะรู้สึก "ปลอดภัยพอที่จะนิสัยไม่ดี"
เพราะเขารู้ลึกๆ ว่าต่อให้เขาแย่แค่ไหน พ่อแม่ก็ไม่มีวันทิ้งเขา
2. "ความล้าทางอารมณ์" (Emotional Fatigue)
การเป็นเด็กดีข้างนอกต้องใช้พลังงานสูงมากครับ เมื่อพลังหมด
เขาก็ไม่มีเหลือไว้สำหรับ "มารยาท" หรือ "ความเกรงใจ" ที่บ้าน
บ้านจึงกลายเป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์เชิงลบที่เขาอั้นไว้จากโรงเรียนหรือสังคมเพื่อน
3. การทดสอบขอบเขต (Testing Boundaries)
วัยรุ่นเป็นช่วงวัยแห่งการสร้างตัวตน (Identity) เขาต้องการรู้ว่า
เขามีอำนาจแค่ไหน การ "ใจร้าย" ใส่พ่อแม่ บางครั้งเป็นการทดสอบว่า
พ่อแม่ยังรักเขาไหมในวันที่เขาไม่น่ารัก หรือเป็นการพยายามประกาศอิสรภาพว่า
"หนู/ผม ไม่ใช่เด็กที่ต้องเชื่อฟังทุกอย่างแล้วนะ"
4. พ่อแม่คือ "กระสอบทราย" ที่ไว้ใจได้ที่สุด
มันฟังดูเจ็บปวด แต่มันคือความจริงครับ วัยรุ่นมักจะระบายความโกรธแค้น
จากที่อื่นลงกับคนที่เขารักและไว้ใจที่สุด เพราะเขารู้ว่าคุณรักเขาอย่างไร้เงื่อนไข
(Unconditional Love) เขาจึงกล้าเสี่ยงที่จะทำตัวแย่ใส่คุณมากกว่าคนอื่น
วิธีรับมือ... เมื่อลูกเริ่ม "ใจร้าย"
• อย่ารับมาเป็นเรื่องส่วนตัว (Don't take it personally): ให้ระลึกเสมอว่าเขาไม่ได้เกลียดเรา
แต่เขากำลังจัดการกับอารมณ์ตัวเองไม่ได้
• เป็นกระจกสะท้อน ไม่ใช่กำแพง: แทนที่จะด่ากลับ ลองพูดว่า "แม่สังเกตว่าวันนี้
ลูกดูเหนื่อยและหงุดหงิดนะ มีอะไรระบายได้นะ แต่แม่ไม่โอเคที่ลูกใช้เสียงแบบนี้"
• ให้พื้นที่ (Space): บางครั้งสิ่งที่วัยรุ่นต้องการที่สุดเมื่อกลับถึงบ้านไม่ใช่คำถามว่า
"วันนี้เรียนเป็นไง" แต่เป็นความเงียบและการพักผ่อน
•ชมเชยเมื่อเขาทำตัวน่ารัก: เมื่อเขามีมุมที่ดีในบ้าน อย่ามองข้าม ให้คำชมเล็กๆ น้อยๆ
เพื่อให้เขารู้ว่า พฤติกรรมดีๆ ในบ้านก็มีความหมายนะ
การที่ลูกกล้าแสดงด้านที่แย่ที่สุดให้คุณเห็น นั่นอาจหมายความว่า
"คุณคือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกของเขา" แม้ว่ามันจะเจ็บปวดสำหรับคนเป็นพ่อแม่
แต่นี่คือสัญญาณว่าเขายังต้องการคุณเป็นท่าเรือที่มั่นคงในวันที่พายุในใจเขาแปรปรวน
บทความที่เกี่ยวข้อง
The Cycle of Overthinking
วงจรความคิดที่วนซ้ำ จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว
หลายคนไม่ได้แค่ “คิดเยอะ”
แต่กำลังติดอยู่ในวงจรของการคิดซ้ำ คิดเดิม หยุดไม่ได้
เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ เช่น
“ถ้าพูดแบบนั้นไป เขาจะคิดยังไง”
สมองจะพาเรากลับไปคิดซ้ำ เพื่อหาคำตอบที่ไม่เคยชัดเจน
นี่คือ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางความคิด (Mental Rumination)
ไม่ใช่การคิดเพื่อแก้ปัญหา
แต่เป็นการคิดเพื่อคลายความไม่สบายใจชั่วคราว
ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้ใจเหนื่อยกว่าเดิม
เมื่อสมองคุ้นกับการ “คิดเพื่อป้องกันตัวเอง”
ร่างกายจะอยู่ในโหมดระแวงโดยไม่รู้ตัว
→ กังวลง่าย
→ กลัวพลาด
→ ความคิดวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือ
• อาการวิตกกังวล
• รู้สึกล้า ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกาย
• และ นอนไม่หลับ เพราะพอหัวถึงหมอนเสียงในหัวก็ตีกันไปหมด
สิ่งสำคัญคือ
15 ม.ค. 2026
ตกใจแบบไหน เสี่ยงแพนิค
หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัว
อาจกำลังเผชิญกับอาการแพนิค
ลองตรวจสอบอาการตามเช็คลิสต์นี้ดูนะครับ
8 ม.ค. 2026
พ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า
“เด็กก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา”
ซึ่ง… จริงครับ
แต่ไม่ใช่ ทุกความกลัว จะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเสมอไป
มาดูความต่างกันชัด ๆ นะคะ
7 ม.ค. 2026


