3 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญภาวะ Burnout
อัพเดทล่าสุด: 15 ต.ค. 2025
181 ผู้เข้าชม

"หมดไฟ" หรือ "แค่เหนื่อย"?
3 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญภาวะ Burnout
เคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยล้าไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะพักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น? นั่นอาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อยธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจว่าคุณกำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟ
นี่คือ 3 สัญญาณเตือนสำคัญที่คุณควรสังเกตตัวเอง:
1. เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ Emotional Exhaustion
คุณจะรู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรงจูงใจ แม้จะพักผ่อนแล้วก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด คุณอาจมีอาการทางกาย เช่น นอนไม่หลับ, ปวดหัว หรือปวดท้องร่วมด้วย
2. ประสิทธิภาพลดลงและรู้สึกไร้ค่า Reduced Personal Accomplishment
คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม ไม่มีสมาธิ ทำผิดพลาดบ่อยๆ และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ที่น่าเป็นห่วงคืออาการสำคัญอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ
"การสูญเสียความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น" และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือคนไข้ได้แย่ลง
3. อารมณ์ที่ทื่อลงและปลีกตัวจากสังคม Depersonalization
คุณจะเริ่มรู้สึกเฉยชาต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว หงุดหงิดง่าย และอยากปลีกตัวออกจากผู้คน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากการเผชิญหน้ากับความเครียดและแรงกดดันต่างๆ
วิธีรับมือและฟื้นฟูภาวะ Burnout
หยุดพักอย่างจริงจัง: การหยุดพักไม่ได้หมายถึงแค่การหยุดทำงาน แต่คือการหยุดพักจากความเครียด ความคาดหวัง และให้เวลาตัวเองได้ชาร์จพลังงานอย่างเต็มที่
ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน: การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธ (Say No) และการมอบหมายงานให้ผู้อื่น จะช่วยให้คุณมีสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
สร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์: การรู้จักพัฒนา "ความเห็นอกเห็นใจต่อตนเอง" (self-compassion) และการหาเวลาให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย, พักผ่อนให้พอ, และทานอาหารที่มีประโยชน์
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณรู้สึกว่าอาการหนักขึ้นจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้คุณเข้าใจต้นเหตุของปัญหา และหาแนวทางการรับมือที่เหมาะสม
ภาวะหมดไฟไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ใจกำลังบอกให้คุณหันกลับมาดูแลตัวเอง การยอมรับและพร้อมที่จะรับมือคือการเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณฟื้นฟูพลังใจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง:
Bhugra D. (2025). Burnout: its meaning and how to deal with it?. Journal of the Royal Society of Medicine, 118(3), 99101.
3 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญภาวะ Burnout
เคยไหมที่รู้สึกเหนื่อยล้าไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจ แม้จะพักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น? นั่นอาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อยธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจว่าคุณกำลังเข้าสู่ภาวะหมดไฟ
นี่คือ 3 สัญญาณเตือนสำคัญที่คุณควรสังเกตตัวเอง:
1. เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ Emotional Exhaustion
คุณจะรู้สึกอ่อนเพลีย หมดแรงจูงใจ แม้จะพักผ่อนแล้วก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด คุณอาจมีอาการทางกาย เช่น นอนไม่หลับ, ปวดหัว หรือปวดท้องร่วมด้วย
2. ประสิทธิภาพลดลงและรู้สึกไร้ค่า Reduced Personal Accomplishment
คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม ไม่มีสมาธิ ทำผิดพลาดบ่อยๆ และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถ ที่น่าเป็นห่วงคืออาการสำคัญอย่างหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือ
"การสูญเสียความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น" และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานหรือคนไข้ได้แย่ลง
3. อารมณ์ที่ทื่อลงและปลีกตัวจากสังคม Depersonalization
คุณจะเริ่มรู้สึกเฉยชาต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว หงุดหงิดง่าย และอยากปลีกตัวออกจากผู้คน ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากการเผชิญหน้ากับความเครียดและแรงกดดันต่างๆ
วิธีรับมือและฟื้นฟูภาวะ Burnout
หยุดพักอย่างจริงจัง: การหยุดพักไม่ได้หมายถึงแค่การหยุดทำงาน แต่คือการหยุดพักจากความเครียด ความคาดหวัง และให้เวลาตัวเองได้ชาร์จพลังงานอย่างเต็มที่
ตั้งขอบเขตให้ชัดเจน: การเรียนรู้ที่จะปฏิเสธ (Say No) และการมอบหมายงานให้ผู้อื่น จะช่วยให้คุณมีสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
สร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์: การรู้จักพัฒนา "ความเห็นอกเห็นใจต่อตนเอง" (self-compassion) และการหาเวลาให้ตัวเองได้ทำสิ่งที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น ออกกำลังกาย, พักผ่อนให้พอ, และทานอาหารที่มีประโยชน์
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ: หากคุณรู้สึกว่าอาการหนักขึ้นจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจะช่วยให้คุณเข้าใจต้นเหตุของปัญหา และหาแนวทางการรับมือที่เหมาะสม
ภาวะหมดไฟไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ใจกำลังบอกให้คุณหันกลับมาดูแลตัวเอง การยอมรับและพร้อมที่จะรับมือคือการเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณฟื้นฟูพลังใจให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง:
Bhugra D. (2025). Burnout: its meaning and how to deal with it?. Journal of the Royal Society of Medicine, 118(3), 99101.
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนที่มีอาการแพนิคหรือกังวล 2อาการนี้มีความคลายคลึงกันจนหลายครั้งแยกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลองอ่านบทความนี้อาจทำให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ
21 ม.ค. 2026
The Cycle of Overthinking
วงจรความคิดที่วนซ้ำ จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว
หลายคนไม่ได้แค่ “คิดเยอะ”
แต่กำลังติดอยู่ในวงจรของการคิดซ้ำ คิดเดิม หยุดไม่ได้
เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ เช่น
“ถ้าพูดแบบนั้นไป เขาจะคิดยังไง”
สมองจะพาเรากลับไปคิดซ้ำ เพื่อหาคำตอบที่ไม่เคยชัดเจน
นี่คือ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางความคิด (Mental Rumination)
ไม่ใช่การคิดเพื่อแก้ปัญหา
แต่เป็นการคิดเพื่อคลายความไม่สบายใจชั่วคราว
ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้ใจเหนื่อยกว่าเดิม
เมื่อสมองคุ้นกับการ “คิดเพื่อป้องกันตัวเอง”
ร่างกายจะอยู่ในโหมดระแวงโดยไม่รู้ตัว
→ กังวลง่าย
→ กลัวพลาด
→ ความคิดวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือ
• อาการวิตกกังวล
• รู้สึกล้า ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกาย
• และ นอนไม่หลับ เพราะพอหัวถึงหมอนเสียงในหัวก็ตีกันไปหมด
สิ่งสำคัญคือ
15 ม.ค. 2026
ถอดรหัสพฤติกรรมสองหน้า... ที่จริงๆ แล้วอาจมีความหมายซ่อนอยู่
11 ม.ค. 2026


