Panic กับกาแฟ: ดื่มได้ไหม? ดื่มได้แค่ไหน?
อัพเดทล่าสุด: 26 ม.ค. 2026
1222 ผู้เข้าชม

หลายคนที่มีอาการ Panic หรือเคยมีภาวะแพนิคมาก่อน อาจเคยได้ยินว่า “ห้ามกินกาแฟนะ เดี๋ยวใจสั่น!”
คำแนะนำนี้ไม่ผิด…แต่ก็ไม่จำเป็นต้องงดขาดเสียทีเดียวครับ
กาแฟเกี่ยวกับแพนิคยังไง?
สารคาเฟอีน (Caffeine) ในกาแฟเป็น สารกระตุ้นระบบประสาท (Stimulant)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูง คาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต
และกระตุ้นความรู้สึกตื่นตัวคล้ายกับตอนเกิด panic attack ได้ เช่น:
• ใจเต้นเร็ว
• รู้สึกตึงเครียด หรือไม่สบายตัว
• วูบ ๆ หวิว ๆ หรือหายใจตื้น
สำหรับคนทั่วไปอาจไม่มีปัญหาแต่ถ้าคุณเคยมีประวัติโรคแพนิค
คาเฟอีนอาจเป็น “ตัวกระตุ้น” อาการได้
แล้วต้องงดกาแฟเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องเลิกกาแฟทั้งหมดครับ
แต่อาจต้อง "ลดปริมาณ" และ "สังเกตตัวเอง" ให้มากขึ้น
งานวิจัยในปี 2023 จาก Psychiatry Investigation พบว่า
“ผู้ที่บริโภคคาเฟอีนเกิน 200–400 มก. ต่อวัน มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นอาการวิตกกังวล และรบกวนการนอน
ในกลุ่มที่มีภาวะวิตกกังวลหรือ panic disorder อยู่แล้ว”【Park et al., 2023】
ในเครื่องดื่มแต่ละแบบมีคาเฟอีนประมาณเท่าไหร่?
• กาแฟกรอง (Filtered)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 90 มก./ 200 ml
• กาแฟเอสเปรสโซ (1 shot)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 80 มก./ 60 ml
• กาแฟสำเร็จรูป (Instant)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 60 มก. / 200 ml
• ชาดำ / ชาเขียว
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 30–50 มก./ 220 ml
คำแนะนำสำหรับคนที่มีภาวะแพนิค
• จำกัดคาเฟอีนไม่เกิน 100–150 มก./วัน (เท่ากับกาแฟ 1 แก้วเล็ก)
• สังเกตตัวเองหลังดื่มกาแฟ 15–30 นาที ถ้ามีอาการใจสั่น วูบ ๆ อาจต้องลดหรืองด
• ลองเลือกกาแฟ decaf หรือ half-caf แทน (มีคาเฟอีนน้อยกว่า)
• หลีกเลี่ยงกาแฟช่วงเย็น เพราะอาจรบกวนการนอน ทำให้อาการแย่ลง
คำแนะนำนี้ไม่ผิด…แต่ก็ไม่จำเป็นต้องงดขาดเสียทีเดียวครับ
กาแฟเกี่ยวกับแพนิคยังไง?
สารคาเฟอีน (Caffeine) ในกาแฟเป็น สารกระตุ้นระบบประสาท (Stimulant)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูง คาเฟอีนสามารถเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต
และกระตุ้นความรู้สึกตื่นตัวคล้ายกับตอนเกิด panic attack ได้ เช่น:
• ใจเต้นเร็ว
• รู้สึกตึงเครียด หรือไม่สบายตัว
• วูบ ๆ หวิว ๆ หรือหายใจตื้น
สำหรับคนทั่วไปอาจไม่มีปัญหาแต่ถ้าคุณเคยมีประวัติโรคแพนิค
คาเฟอีนอาจเป็น “ตัวกระตุ้น” อาการได้
แล้วต้องงดกาแฟเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องเลิกกาแฟทั้งหมดครับ
แต่อาจต้อง "ลดปริมาณ" และ "สังเกตตัวเอง" ให้มากขึ้น
งานวิจัยในปี 2023 จาก Psychiatry Investigation พบว่า
“ผู้ที่บริโภคคาเฟอีนเกิน 200–400 มก. ต่อวัน มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นอาการวิตกกังวล และรบกวนการนอน
ในกลุ่มที่มีภาวะวิตกกังวลหรือ panic disorder อยู่แล้ว”【Park et al., 2023】
ในเครื่องดื่มแต่ละแบบมีคาเฟอีนประมาณเท่าไหร่?
• กาแฟกรอง (Filtered)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 90 มก./ 200 ml
• กาแฟเอสเปรสโซ (1 shot)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 80 มก./ 60 ml
• กาแฟสำเร็จรูป (Instant)
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 60 มก. / 200 ml
• ชาดำ / ชาเขียว
ปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณ 30–50 มก./ 220 ml
คำแนะนำสำหรับคนที่มีภาวะแพนิค
• จำกัดคาเฟอีนไม่เกิน 100–150 มก./วัน (เท่ากับกาแฟ 1 แก้วเล็ก)
• สังเกตตัวเองหลังดื่มกาแฟ 15–30 นาที ถ้ามีอาการใจสั่น วูบ ๆ อาจต้องลดหรืองด
• ลองเลือกกาแฟ decaf หรือ half-caf แทน (มีคาเฟอีนน้อยกว่า)
• หลีกเลี่ยงกาแฟช่วงเย็น เพราะอาจรบกวนการนอน ทำให้อาการแย่ลง
บทความที่เกี่ยวข้อง
สุขภาพจิตดี เริ่มดูแลได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ป่วย สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็เครียดได้ มาเริ่มดูแลสุขขภาพจิตได้ที่ SMIND
31 ม.ค. 2025
พฤติกรรมที่ซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะสังเกตไม่เห็น?
8 ต.ค. 2025
ตกใจแบบไหน เสี่ยงแพนิค
หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัว
อาจกำลังเผชิญกับอาการแพนิค
ลองตรวจสอบอาการตามเช็คลิสต์นี้ดูนะครับ
8 ม.ค. 2026


