แชร์

งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน มาทำความรู้จัก Workaholism

อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2025
508 ผู้เข้าชม

งานคือชีวิต ชีวิตคืองาน

เคยมีใครบอกคุณบ้างไหมว่า...

"ทำงานหนักเกินไปแล้วนะ?"

ในยุคที่ทุกคนต่างพูดถึง Burnout
แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกตรงกันข้าม
พวกเขาคือคนที่ ไม่หยุดทำงานเลย

มาทำความรู้จัก ภาวะ Workaholism
หรือการเสพติดงาน ไม่ใช่แค่ขยัน
แต่ให้ความสำคัญกับงานมากเกินไป
จนลืมใส่ใจชีวิตด้านอื่น ๆ
และขาดสมดุลในชีวิตไปเลย

แล้วรู้ไหม? คนที่มีภาวะนี้มักไม่รู้ตัว
และยังภูมิใจกับมันด้วยซ้ำ
เพราะสังคมมักชื่นชม คนขยัน
จนบางทีเราก็แยกไม่ออกว่า
"นี่เราขยัน หรือเราเสพติดงานกันแน่"

มาลองสำรวจตัวเองกันดีกว่าครับ
ว่าคุณมีสัญญาณ ภาวะ Workaholism หรือเปล่า?

1. เช็คอีเมลงานตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงก่อนเข้านอน
2. ทำงานล่วงเวลาเป็นเรื่องปกติ แม้ไม่มีใครบังคับ
3. รู้สึกกังวลเมื่อไม่ได้ทำงาน แม้ในวันหยุด
4. ละเลยครอบครัว ไม่พบปะสังสรรค์
กับเพื่อนเพราะต้องทำงานให้เสร็จ
5. พักผ่อนแล้วรู้สึกผิด คิดว่าตัวเองขี้เกียจ


ถ้าคุณตอบ "ใช่" มากกว่า 3 ข้อ
อาจถึงเวลาต้องทบทวนการใช้ชีวิตแล้วนะครับ
เพราะผลกระทบที่แฝงมากับพฤติกรรมนี้
อาจพรากสิ่งสำคัญในชีวิตไป เช่น
- ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ห่างเหิน
- ร่างกายอ่อนล้า นอนไม่หลับ 
- ความเครียดสะสม ที่นำไปสู่ภาวะหมดไฟและภาวะซึมเศร้า
- สูญเสียความสมดุลในชีวิต


แล้วจะหาสมดุลระหว่างงานกับชีวิตได้อย่างไร?
ถ้าที่อ่านมาเหมือนเห็นตัวเองเลย
ลองนำ 3 วิธีนี้ไปปรับใช้ดูนะครับ

  1. กำหนดเวลาเลิกงานที่ชัดเจน
    อย่าลากงานเกินเวลา ลองตั้งเวลาเลิกงานไว้
    ไม่ต้องเช็กงานหลังเวลา หรือถ้าเป็นไปได้
    ปิดแจ้งเตือนแอปงานหลังเลิกงาน
  2. พักระหว่างวันบ้าง
    แบ่งเวลาพักสั้น ๆ ระหว่างชั่วโมงทำงาน
    เช่น ลุกไปเดิน รับอากาศ
    หรือนั่งหลับตาสัก 5 นาที
    ช่วยให้สมองผ่อนคลายขึ้น 
  3. จัดเวลาให้ชีวิตส่วนตัวบ้าง
    ใช้เวลากับเพื่อน คนในครอบครัว
    หรือทำกิจกรรมที่ชอบนอกเวลางาน
    ให้ตัวเองได้พักใจและไม่คิดถึงงานตลอดเวลา

    ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดจากงานเพียงอย่างเดียว
    แต่รวมถึงความสุข สุขภาพที่ดี และช่วงเวลาดี ๆ
    กับครอบครัวหรือเพื่อน 


บทความที่เกี่ยวข้อง
แพนิค มันเป็นแบบนี้…กังวลมันเป็นแบบนั้น
คนที่มีอาการแพนิคหรือกังวล 2อาการนี้มีความคลายคลึงกันจนหลายครั้งแยกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลองอ่านบทความนี้อาจทำให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ
21 ม.ค. 2026
The Cycle of Overthinking จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว
The Cycle of Overthinking วงจรความคิดที่วนซ้ำ จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว หลายคนไม่ได้แค่ “คิดเยอะ” แต่กำลังติดอยู่ในวงจรของการคิดซ้ำ คิดเดิม หยุดไม่ได้ เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ เช่น “ถ้าพูดแบบนั้นไป เขาจะคิดยังไง” สมองจะพาเรากลับไปคิดซ้ำ เพื่อหาคำตอบที่ไม่เคยชัดเจน นี่คือ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางความคิด (Mental Rumination) ไม่ใช่การคิดเพื่อแก้ปัญหา แต่เป็นการคิดเพื่อคลายความไม่สบายใจชั่วคราว ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้ใจเหนื่อยกว่าเดิม เมื่อสมองคุ้นกับการ “คิดเพื่อป้องกันตัวเอง” ร่างกายจะอยู่ในโหมดระแวงโดยไม่รู้ตัว → กังวลง่าย → กลัวพลาด → ความคิดวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ผลที่ตามมาคือ • อาการวิตกกังวล • รู้สึกล้า ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกาย • และ นอนไม่หลับ เพราะพอหัวถึงหมอนเสียงในหัวก็ตีกันไปหมด สิ่งสำคัญคือ
15 ม.ค. 2026
ความกลัวตามวัย vs โรควิตกกังวล ต่างกันยังไง ?
พ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “เด็กก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา” ซึ่ง… จริงครับ แต่ไม่ใช่ ทุกความกลัว จะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเสมอไป มาดูความต่างกันชัด ๆ นะคะ
7 ม.ค. 2026
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy