สัญญาณว่ามือถือกำลังรบกวนการนอน (?)
อัพเดทล่าสุด: 7 ธ.ค. 2025
164 ผู้เข้าชม

"ขอไถฟีดแป๊บนึง"
"ขอเช็กเมลก่อนนอน"
"ดู Reels ไปเรื่อย ๆ จนหลับไปเอง"
คุณอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่รู้ตัวอีกที ก็ตี 2 ไปแล้ว
และที่แย่กว่านั้นคือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาก็ยังง่วงอยู่ดี
งานวิจัยบอกว่า
การใช้มือถือก่อนนอนเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับ การนอนไม่หลับ มากที่สุด
มีงานวิจัยพบว่า
ผู้ที่ใช้ สื่อดิจิทัลก่อนนอน มีโอกาสนอนไม่หลับสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้ 1.8 เท่า
โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 2039 ปี และ 6069 ปี พบปัญหา นอนไม่หลับเรื้อรัง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
และพบว่าการใช้มือถือมากกว่า 30 นาทีขึ้นไปก่อนนอน ส่งผลชัดต่อ คุณภาพการหลับ
[ที่มา: The Journal of Clinical Neurology, 2025]
มาทดสอบกันว่าการใช้โทรศัพท์กำลังรบกวนการนอนของคุณอยู่ไหม?
ใช้มือถือบนเตียงก่อนนอนทุกคืน
ไถมือถือเกิน 30 นาที แล้วค่อยนอน
ต้องดูคลิป/ฟังพอดแคสต์ ถึงจะหลับ
แม้ปิดหน้าจอแล้ว ตาก็ยังล้า มึน ๆ
รู้สึกเหมือน หลับช้า นอนไม่ลึก
ตื่นมากลางดึก แล้วต้องหยิบมือถือ
พอตื่นเช้า รู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนพักไม่พอ
ถ้าคุณมี 3 ข้อขึ้นไป
อาจถึงเวลาที่คุณต้องจัดการ จังหวะการนอน ของตัวเองใหม่แล้วครับ
ข้อแนะนำจาก SMIND
หยุดใช้มือถือก่อนนอนอย่างน้อย 3060 นาที
ลดแสงหน้าจอ หรือเปิดโหมด Night Shift
เปลี่ยนกิจกรรมก่อนนอนเป็นการอ่านหนังสือ ฟังดนตรีเบา
แยกเตียงออกจาก ที่ใช้งาน เพื่อให้เตียงเป็นพื้นที่ สำหรับพักผ่อนจริง ๆ
หากรู้สึกว่าสมองยังคิดวน ลองเขียน journal สั้นๆ เพื่อเรียบเรียงความคิดก่อนนอน
มือถือช่วยให้เราเชื่อมต่อกับโลกแต่บางครั้งก็ตัดการเชื่อมต่อกับตัวเอง
พักนิ้วสักนิด พักใจสักหน่อย แล้วคุณอาจนอนหลับง่ายกว่าที่คิด
"ขอเช็กเมลก่อนนอน"
"ดู Reels ไปเรื่อย ๆ จนหลับไปเอง"
คุณอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่รู้ตัวอีกที ก็ตี 2 ไปแล้ว
และที่แย่กว่านั้นคือหลับก็ไม่สนิท ตื่นมาก็ยังง่วงอยู่ดี
งานวิจัยบอกว่า
การใช้มือถือก่อนนอนเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับ การนอนไม่หลับ มากที่สุด
มีงานวิจัยพบว่า
ผู้ที่ใช้ สื่อดิจิทัลก่อนนอน มีโอกาสนอนไม่หลับสูงกว่าผู้ที่ไม่ใช้ 1.8 เท่า
โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 2039 ปี และ 6069 ปี พบปัญหา นอนไม่หลับเรื้อรัง สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
และพบว่าการใช้มือถือมากกว่า 30 นาทีขึ้นไปก่อนนอน ส่งผลชัดต่อ คุณภาพการหลับ
[ที่มา: The Journal of Clinical Neurology, 2025]
มาทดสอบกันว่าการใช้โทรศัพท์กำลังรบกวนการนอนของคุณอยู่ไหม?
ใช้มือถือบนเตียงก่อนนอนทุกคืน
ไถมือถือเกิน 30 นาที แล้วค่อยนอน
ต้องดูคลิป/ฟังพอดแคสต์ ถึงจะหลับ
แม้ปิดหน้าจอแล้ว ตาก็ยังล้า มึน ๆ
รู้สึกเหมือน หลับช้า นอนไม่ลึก
ตื่นมากลางดึก แล้วต้องหยิบมือถือ
พอตื่นเช้า รู้สึกยังไม่สดชื่น เหมือนพักไม่พอ
ถ้าคุณมี 3 ข้อขึ้นไป
อาจถึงเวลาที่คุณต้องจัดการ จังหวะการนอน ของตัวเองใหม่แล้วครับ
ข้อแนะนำจาก SMIND
หยุดใช้มือถือก่อนนอนอย่างน้อย 3060 นาที
ลดแสงหน้าจอ หรือเปิดโหมด Night Shift
เปลี่ยนกิจกรรมก่อนนอนเป็นการอ่านหนังสือ ฟังดนตรีเบา
แยกเตียงออกจาก ที่ใช้งาน เพื่อให้เตียงเป็นพื้นที่ สำหรับพักผ่อนจริง ๆ
หากรู้สึกว่าสมองยังคิดวน ลองเขียน journal สั้นๆ เพื่อเรียบเรียงความคิดก่อนนอน
มือถือช่วยให้เราเชื่อมต่อกับโลกแต่บางครั้งก็ตัดการเชื่อมต่อกับตัวเอง
พักนิ้วสักนิด พักใจสักหน่อย แล้วคุณอาจนอนหลับง่ายกว่าที่คิด
บทความที่เกี่ยวข้อง
เหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน แต่พอหัวถึงหมอน
กลับรู้สึกว่าสมองยังวิ่งวนไม่หยุด พลิกตัวไปมาก็ยังไม่หลับ
29 ม.ค. 2026
The Cycle of Overthinking
วงจรความคิดที่วนซ้ำ จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว
หลายคนไม่ได้แค่ “คิดเยอะ”
แต่กำลังติดอยู่ในวงจรของการคิดซ้ำ คิดเดิม หยุดไม่ได้
เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ เช่น
“ถ้าพูดแบบนั้นไป เขาจะคิดยังไง”
สมองจะพาเรากลับไปคิดซ้ำ เพื่อหาคำตอบที่ไม่เคยชัดเจน
นี่คือ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางความคิด (Mental Rumination)
ไม่ใช่การคิดเพื่อแก้ปัญหา
แต่เป็นการคิดเพื่อคลายความไม่สบายใจชั่วคราว
ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้ใจเหนื่อยกว่าเดิม
เมื่อสมองคุ้นกับการ “คิดเพื่อป้องกันตัวเอง”
ร่างกายจะอยู่ในโหมดระแวงโดยไม่รู้ตัว
→ กังวลง่าย
→ กลัวพลาด
→ ความคิดวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือ
• อาการวิตกกังวล
• รู้สึกล้า ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกาย
• และ นอนไม่หลับ เพราะพอหัวถึงหมอนเสียงในหัวก็ตีกันไปหมด
สิ่งสำคัญคือ
15 ม.ค. 2026
ถอดรหัสพฤติกรรมสองหน้า... ที่จริงๆ แล้วอาจมีความหมายซ่อนอยู่
11 ม.ค. 2026


