5 เทคนิคช่วยนอนได้ โดยไม่พึ่งยา
อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ย. 2025
110 ผู้เข้าชม

5 เทคนิคช่วยนอนได้ โดยไม่พึ่งยา
"นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว"
"หลับยาก ตื่นกลางดึก แล้วหลับต่อไม่ได้"
"ไม่อยากพึ่งยานอนหลับทำยังไงดี?"
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า...
การรักษาอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Insomnia) ไม่ได้มีแค่การกินยา
5 เทคนิคช่วยนอนที่คุณเริ่มทำได้เลย
1. เลิกนอนแช่บนเตียง
คนที่นอนไม่หลับมักจะ นอนอยู่เฉย ๆ บนเตียง รอให้หลับ
แต่จริง ๆ แล้ว ยิ่งอยู่บนเตียงนานโดยไม่หลับ สมองจะยิ่งจำว่า เตียง = ความกังวล
หากนอนไม่หลับเกิน 2030 นาที ให้ลุกจากเตียงไปทำอะไรเบา ๆ
เช่น อ่านหนังสือ เปิดไฟสลัว ๆ แล้วกลับมานอนใหม่เมื่อรู้สึกง่วง
2. นอนตื่นให้เป็นเวลา แม้วันหยุด
การนอนดึก ตื่นสาย วันเสาร์อาทิตย์ จะทำให้ นาฬิกาชีวิต รวน
การตื่นตรงเวลาในทุกๆวัน จะช่วยให้ร่างกายเรียนรู้ว่า ถึงเวลานอนก็ต้องหลับ โดยไม่ต้องบังคับ
3. ลดกิจกรรมกระตุ้นก่อนนอน
งดตัวกระตุ้น เช่น
มือถือ / ทีวี / เกม
แสงไฟจ้า
งานที่ใช้สมาธิ หรือเครียด
ลองเปลี่ยนกิจกรรมก่อนนอนเป็นอะไรที่ ค่อย ๆ ปิดสวิตช์สมอง แทน
เช่นอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือทำสมาธิสั้น ๆ
4. ฝึกสมองให้เชื่อว่าเตียง = การนอน
เตียงควรมีไว้ นอน เท่านั้น
ไม่ควรใช้ทำงาน เล่นมือถือ หรือกินข้าวบนเตียง
เพื่อให้สมองแยกชัดเจนว่า เมื่อขึ้นเตียง = ได้พักผ่อน
สิ่งนี้เรียกว่า stimulus control คือฝึกสมองไม่ให้สับสนว่าเตียงคือที่ทำงานหรือที่พัก
5. เขียน journal ก่อนนอน / ฝึกปล่อยความคิด
บางครั้งที่หลับยาก ไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ง่วง
แต่เพราะ ใจยังไม่หลับ มีเรื่องให้คิด วนไปมาไม่หยุด
ให้ลองจดสิ่งที่คิดลงกระดาษ แล้วบอกตัวเองว่า
ฉันเขียนมันลงแล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกไว้จนถึงตอนหลับ
หรืออาจใช้เทคนิคฝึกหายใจ / grounding สั้น ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลาย
"นอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว"
"หลับยาก ตื่นกลางดึก แล้วหลับต่อไม่ได้"
"ไม่อยากพึ่งยานอนหลับทำยังไงดี?"
หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า...
การรักษาอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Insomnia) ไม่ได้มีแค่การกินยา
5 เทคนิคช่วยนอนที่คุณเริ่มทำได้เลย
1. เลิกนอนแช่บนเตียง
คนที่นอนไม่หลับมักจะ นอนอยู่เฉย ๆ บนเตียง รอให้หลับ
แต่จริง ๆ แล้ว ยิ่งอยู่บนเตียงนานโดยไม่หลับ สมองจะยิ่งจำว่า เตียง = ความกังวล
หากนอนไม่หลับเกิน 2030 นาที ให้ลุกจากเตียงไปทำอะไรเบา ๆ
เช่น อ่านหนังสือ เปิดไฟสลัว ๆ แล้วกลับมานอนใหม่เมื่อรู้สึกง่วง
2. นอนตื่นให้เป็นเวลา แม้วันหยุด
การนอนดึก ตื่นสาย วันเสาร์อาทิตย์ จะทำให้ นาฬิกาชีวิต รวน
การตื่นตรงเวลาในทุกๆวัน จะช่วยให้ร่างกายเรียนรู้ว่า ถึงเวลานอนก็ต้องหลับ โดยไม่ต้องบังคับ
3. ลดกิจกรรมกระตุ้นก่อนนอน
งดตัวกระตุ้น เช่น
มือถือ / ทีวี / เกม
แสงไฟจ้า
งานที่ใช้สมาธิ หรือเครียด
ลองเปลี่ยนกิจกรรมก่อนนอนเป็นอะไรที่ ค่อย ๆ ปิดสวิตช์สมอง แทน
เช่นอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบา ๆ ดื่มเครื่องดื่มอุ่น ๆ หรือทำสมาธิสั้น ๆ
4. ฝึกสมองให้เชื่อว่าเตียง = การนอน
เตียงควรมีไว้ นอน เท่านั้น
ไม่ควรใช้ทำงาน เล่นมือถือ หรือกินข้าวบนเตียง
เพื่อให้สมองแยกชัดเจนว่า เมื่อขึ้นเตียง = ได้พักผ่อน
สิ่งนี้เรียกว่า stimulus control คือฝึกสมองไม่ให้สับสนว่าเตียงคือที่ทำงานหรือที่พัก
5. เขียน journal ก่อนนอน / ฝึกปล่อยความคิด
บางครั้งที่หลับยาก ไม่ใช่เพราะร่างกายไม่ง่วง
แต่เพราะ ใจยังไม่หลับ มีเรื่องให้คิด วนไปมาไม่หยุด
ให้ลองจดสิ่งที่คิดลงกระดาษ แล้วบอกตัวเองว่า
ฉันเขียนมันลงแล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกไว้จนถึงตอนหลับ
หรืออาจใช้เทคนิคฝึกหายใจ / grounding สั้น ๆ เพื่อช่วยผ่อนคลาย
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนที่มีอาการแพนิคหรือกังวล 2อาการนี้มีความคลายคลึงกันจนหลายครั้งแยกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลองอ่านบทความนี้อาจทำให้เข้าใจได้มากขึ้นครับ
21 ม.ค. 2026
The Cycle of Overthinking
วงจรความคิดที่วนซ้ำ จนสมองเริ่มล้าโดยไม่รู้ตัว
หลายคนไม่ได้แค่ “คิดเยอะ”
แต่กำลังติดอยู่ในวงจรของการคิดซ้ำ คิดเดิม หยุดไม่ได้
เริ่มจากความคิดเล็ก ๆ เช่น
“ถ้าพูดแบบนั้นไป เขาจะคิดยังไง”
สมองจะพาเรากลับไปคิดซ้ำ เพื่อหาคำตอบที่ไม่เคยชัดเจน
นี่คือ พฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำทางความคิด (Mental Rumination)
ไม่ใช่การคิดเพื่อแก้ปัญหา
แต่เป็นการคิดเพื่อคลายความไม่สบายใจชั่วคราว
ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้ใจเหนื่อยกว่าเดิม
เมื่อสมองคุ้นกับการ “คิดเพื่อป้องกันตัวเอง”
ร่างกายจะอยู่ในโหมดระแวงโดยไม่รู้ตัว
→ กังวลง่าย
→ กลัวพลาด
→ ความคิดวนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ผลที่ตามมาคือ
• อาการวิตกกังวล
• รู้สึกล้า ทั้งที่ไม่ได้ใช้แรงกาย
• และ นอนไม่หลับ เพราะพอหัวถึงหมอนเสียงในหัวก็ตีกันไปหมด
สิ่งสำคัญคือ
15 ม.ค. 2026
พ่อแม่หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า
“เด็กก็ต้องกลัวเป็นธรรมดา”
ซึ่ง… จริงครับ
แต่ไม่ใช่ ทุกความกลัว จะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเสมอไป
มาดูความต่างกันชัด ๆ นะคะ
7 ม.ค. 2026


